I don't know why love is so hard to find,,
I don't know if I will ever find it,,
I don't know if life will be that good,,
I am unsure of many many things, but i do know and realize this
This is a true and undying fact that I love me,, I love me for me
Whoever and whatever I may be
When all those lose hope look back at yourself
You will find that someone deep inside you loves you
When no one else does,,
[ Love is something,, but not everything,, even they decided to leave you ]
เมื่อทุกๆอย่างมาถึงทางตัน มือมัวไปหมด
ผมยังแสงสว่างสักดวงมานำทางผม
วันนี้เรียกได้ว่าผมเหนื่อยที่สุดในปีนี้เลยก็ว่าได้ ถึงแหมจะเพิ่งผ่านมาครึ่งปี
เหนื่อยกายนะไม่เท่าไร แต่ผมเหนื่อยใจ เหนื่อยใจที่แบบไม่เคยเป็นมาก่อน ผมอยากหัวเราะนะ
แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจิตใจตอนนี้มันช้ำ มันเจ็บไปหมด
การกลับมาเชียงใหม่รอบนี้ ผมไม่ได้พักและอยู่พักผ่อน แบบที่ผมตั้งใจหวังไว้
มีแต่เรื่อง มีแต่เรื่องเหนื่อยใจ มีแต่เรื่องเสียเงิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ เสียใจ
ทุกคำพูดของทุกคน ทำให้ผมเจ็บปวดมากตอนนี้ ผมหลับตาเสียงพวกนั้นก็ยังก้องอยู่
คำพูดที่ไม่ว่าจะตอกย้ำ หรือคำพูดดูถูก ทั้งหมดที่เจ้าตัวอาจรู้หรือไม่รู้ ได้พูดออกมา
คำพูดเหล่านี้ใตภาษาไทยของเรานั้นเป็นคำที่พื้นมาก แต่พอเอามารวมกัน กลับเป็นประโยคที่ทำร้ายผมได้
ทำร้ายผมเอามากๆ
ฝรั่งมักพูดเสมอว่า “sticks and stones may break my bones but names can never hurt me”
ใช่ อาจจะจริงอยู่ ว่าคำพูดไม่อาจทำให้ผมตายได้ แต่คำพูดทำให้ผมเสียใจสุดๆ มันทำให้ผมเจ็บได้ เจ็บทุกครั้งที่ได้ยินมัน เจ็บทุกครั้งที่นึกถึงคำเหล่านั้น แค่เพียงได้หลับตา ก็ได้ยินเสียงพวกเค้าแล้ว
อาจเป็นเพราะผมอ่อนแอ อาจเป็นเพราะผมแคร์หลายๆอย่างหลายๆคนมากเกินไป อาจเป็นเพราะผมยังอ่อนต่อโลก
อาจเป็นได้หลายๆอย่าง แต่ที่แน่ๆ ทุกคำพูดเหล่านั้นทำให้คนอย่างผมเจ็บ
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง เหมือนวันอื่นๆ ที่แตกต่างนะหรอ? ผมมานั่งเสียน้ำอีกแล้ว ผมหยุดเสียน้ำตามาได้ก็อาทิตย์กว่าๆแล้ว ถือว่าควรที่จะพอแล้ว แต่ดูเหมือนฟ้าไม่เห็นใจ ไม่สาแก่ใจ
ผมไปกินข้าวกับพี่เรย์กับพี่ออย พี่สาวผมทั้งสองคนที่ผมทำงานด้วย เป็นทั้งเพื่อนเป็นทั้งพี่ที่ดีกับผมมาก
วันนี้ผมถือว่าผมทุ่มกับงานสุดๆ เพราะอะไรนะหรอ? เพราะผมทำงานทั้งวัน ไม่อู้ไม่ไปเหมา ไม่คุยกับใครทั้งนั้น
ช่วงเช้าไปคุยกับพี่เรย์ก่อนเริ่มงานจริงๆจังๆ ผมโทรไปหาเพื่อนสนิทผม แอนนี่ ก็ได้รู้เมื่อวานว่าเพื่อนรักผมเสียคนที่รักไป น่าจะได้ปีหนึ่งจากอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ผมก็ไม่อยากเส้าซี้ฟื้นความหลังให้ไม่สบายใจ ผมก็ทำงานผมไป ช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมาคือผมต้องเตรียมหนังสือให้เด็กมั้งหลายของมัถยม เป็นอะไรที่หน้าปวดหัวมากถ้าคุณได้ลองมาเจอแบบผม เพราะหนังสือไม่พอบ้าง ทำอย่างไงจะให้พอ ต้องรอความเห็นจากครูบ้าง รอรายชื่อนักเรียนบ้าง เพิ่มชื่อนักเรียนบ้าง หนังสือนี้มีปัญหาบ้าง สารพัดปัญหา แล้วผมก็ทำอยู่คนเดียว จัดให้นักเรียนสองร้อยกว่าคน แต่ละคนเรียนอย่างต่ำก็หกเจ็ดวิชา ช่วงหลังผมทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะมันเบลอ นั่งๆไปสองวันนี้ วันจันทร์กับอังคาร ผมนะหรอครับ จัดผิดไปสามรอบ มานั่งแก้อีก เหนื่อยครับ ขอบอกตามตรง แต่วันนี้ผมทุ่มสุดตัวตอนสิบเอ็ดโมงอ่ะนะครับ เพราะก่อนหน้านั้นผมต้องไปช่วยฝ่ายออฟฟิสเพราะคนขาด ผมเลยต้องนั่งเป็นเพื่อนพี่อีกคน เฝ้ารับโทรศัพย์ อะไรไปเรื่อยๆ รอจนพี่อีกคนจะมา
พอเย็นมาผมกะจะหลับบ้านตอนสี่โมงกว่าๆ เพราะว่าผมเหนื่อยจริงๆ จัดคนเดียว มีเวลาให้ผมจัดอย่างช้าสุดอีกสามวัน จริงๆอยากให้เสร็จภายในพรุ่งนี้ แต่ดูถ้าจะไม่ไหว เพราะมีตัวคนเดียว พี่ที่เป็นบรรณรักษ์อีกสองคน พี่ปิ่นกับพี่อัง เค้าก็วุ่นกับงานส่วนอื่นของเค้า วันๆผมก็ทำแต่งาน ไม่เจอใครไม่เจอผู้คน อยู่ห้องอีกสองห้องโดดเดี่ยวเดียวดาย นานๆจะมีคนโผล่มา แต่ไม่ได้มาเยี่ยมหรอกนะครับ อย่าเพิ่งดีใจไป ที่มาคือให้มาค้นหาหนังสือให้ครับ เพราะ ช่วงนี้กำลังปรับปรุงห้องสมุดใหม่ และสร้างห้องสมุดใหม่อีกห้อง ผมก็เป็นผู้โชคดีที่ทุกคนทิ้งให้เฝ่ากองหนังสือ เลยต้องนั่งหาให้เค้าไป ส่วนอีกเวลาที่คนจะมาหาก็คือมาตรวจดูของในห้องว่าขากหรืออะไรหรือเปล่าจะได้สั่งซื้อใหม่ แล้วอีกรายหนี่งที่นานๆที่จะมาแล้วช่วงนี้คือพี่ปิ่น ช่วงเที่ยงจะมาเคาะห้องเรียกให้ไปกินข้าว เหอะๆ ชีวิตอานาตจริงๆเหมือนนักโทษเลย แล้วทั้งหมดนี้ ทำเพื่อกระดาษที่มีหลายสี ที่คนเค้าเรียกกันว่าเงิน...
ไม่ได้มากมายอะไร เพราะเป็นพาร์ทไทม์ บ้างคนก็ดูถูกผมรู้ทางสายตา บ้างคนก็มองๆ ส่วนบ้างคน น้อยหน่อยนะ เพราะดูหลาบคนไม่ชอบผม ก็ชื่นชม ผมว่าดีกว่าอยู่บ้านนะ จริงๆ เพราะอย่างน้อยผมได้เจอโลกภายนอกบ้าง เงินเดือนก็สี่พัน วันละสองร้อย ถ้าขาดก็อด ผมเลยด้านไง เหนื่อย ไม่สบายก็ทน เพราะเงินคำเดียว
วันนี้ผมทำงานเต็มทีในสายตาของผม ทำไมผมถึงคิดว่าเต็มทีนะหรอ? แล้วทำไมต้องสายตาผม ผมเป็นคนไม่อู้งาน เอาเงินเค้าอย่างเดียวแล้วรู้สึกผิด รู้สึกอาย อย่างน้อยวันๆก็ทำไรให้เป็นประโยชน์ให้เป็นสาระ ให้งานคืบหน้า แต่วันนี้ผมไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ว่าเหมือนสายตาพี่ปิ่น เค้าเคืองๆหรือไม่พอใจผมหรือเปล่า เพราะช่วงเช้าที่ผมไปหาพี่เรย์ก็ไปได้เกือบครึ่งชั่วโมง แล้วตอนพักเที่ยงผมก็หายไปอีกเกือบชี่วโมงครึ่ง หายไปไหนไปทำอะไรนะหรอครับ? ก็ทำงานนั้นล่ะครับ ไปช่วยพี่ออย เป็นเลขาโรงเรียน รับโทรศัพย์เหมือนเดิม เวลากินข้าวผม ช่วงหลังก็ไม่เกินสิบ หรือสิบห้านาที ผมเบื่อกับข้าวโรงเรียน ไม่ถูกปาก แล้วก็เอื้อม ที่จะนั่ง เพราะบางคนที่เค้าพูดประโยคพวกนั้นออกมาก็นั่งทานกันด้วย
เย็นนี้ผมก็เลยตบปากรับคำพี่ออยกับพี่เรย์ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่สนามกอล์ฟของทางไปแม่ริม ร้าน I style ไม่มีอะไรมาก ก็อร่อยดี ผมว่านะ แล้วก็กลับมาบ้าน แม่ผมก็บอกว่าคิดไงไปกินกันวันนี้ แล้วอาหารญี่ปุ่น ผมก็บอกว่าไม่หรอก ไปกินๆกัน พี่ๆเค้าอยากกิน แม่ผมก็บอกว่า นึกว่ากลับมาจะได้ไปซื้อไก่ทอดที่ตลาดนักวันจันทร์ วันอังคาร ที่ กาดนี้ ผมก็ไม่รู้ เพราะตอนโทรมาบอกว่าจะไปกิน เค้าก็ไม่ว่าอะไร แต่พอกลับมาพูดเหมือนน้อยใจ แล้วความผิดผมอีกหรอ? คงท่าจะใช่
ผมผิดเองที่อยากพักผ่อน อยากอยู่สบายๆ เล่นใส่หูฟัง ฟังเพลง ฟังคนทะเลาะกันเป็นอะไรที่ทำให้ผมอึดอัด ผมไม่ชอบ ปัญหาเยอะแยะอยู่แล้วเจอหลายๆเรื่องที่ทำงาน ผมก็เหนื่อย ยิ่งปัญหาเรื่องรักแล้วก็เจออีก อย่างที่รู้ๆกัน โดนเค้านอกใจ เหอๆ
สรุปวันนี้ก็โดนด่าอีกว่าอาบน้ำในห้องนำแล้วห้องน้ำสกปรก อืม ผมก็ผิดตลอดล่ะครับ เพราะฝุ่นลงก็โดนว่า เพราะนึกว่าผมไม่ล้างพิ้นห้องนำ ทำไว้สกปรก ไม่ได้เกี่ยวกับผม แล้วบอกว่าให้ผมอบรมน้องด้วย ว่าอย่างนู้นอย่างนี้ ผมพูดน้องฟังผมที่ไหน น้องผมไม่ฟังใครทั้งนั้น
ผมผิดเองที่อ่อนแอจริงๆ ทุกคนเห็นผมเป็นตัวอะไรถึงลงกับผมแบบนี้ แม่ก็ด่า งานก็เยอะ เครียดด้วย เรื่องรักก็จับได้ว่าเค้านอกใจ แต่เค้ายังไม่รู้หรอกว่าผมจับได้ แล้วยังหาเรื่องทะเลาะว่าผมอีก ผมผิดแกใช่ไหม? วันนั้นผมยังจำคำพูดเหล่านั้นได้ ให้ผมไปนอนห้องอื่นได้ไหม มันดูไม่ดี ที่ผู้ชายกับผู้หญิงนอนห้องเดียวกัน ก็คงใช้มั้ง ขนาดพี่คนที่ผมเคยนับถือเป็นพี่ชายยังให้ผมนอนอีกห้องเลยทั้งๆที่เป็นผู้ชายทั้งคู่ ผมมันน่ารังเกลียดขนาดนั้นเลยหรอ? แล้วยังคำพูดเหล่านั้น ว่าคงทนไม่ได้อะไ อย่างนู้อย่างนี้ การแบ่งแยก เป็นครั้งที่สองแล้ว
เป็นอีกวันที่ยอมรับว่าแหมแต่ตอนที่เขียนเนี้ย น้ำตาเจ้ากรรมก็แอบไหลออกมา เหนื่อยมากๆ อยากไปที่ไกลแสนไกล ที่ๆสึขสบายเหลือเกิน รอวันที่จะจากไปจากเรื่องพวกนี้อย่างสงบๆ เคยคิดฆ่าตัวตาย และเคยทำมาแล้วสองครั้ง แต่ไม่สำเร็จ เหอๆ ครั้งนี้ก็คงได้ปล่อยเลยตามเลย ผมมันก็คนแค่นี้ ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครสนใจหรอกคนอย่างผมนะ แค่คนในกี่ล้านๆคนบนโลกใบนี้
หลายๆเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้ ทำให้ผมรู้สึกแย่กับคนและสิ่งรอบข้าง
ใช่อยู่ที่มีคนเคยบอกว่าไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกแย่ได้ถ้าคุณไม่ยินยอม แต่มันเป็นความจริงเช่นนั้นหรอ?
มันเป็นเรื่องที่ในความคิดบ้างคนอาจไม่มีอะไรเป็นสาระาำคัญ แต่สำหรับคนอย่างผม
มันมีสาระสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะผมต้องทนกับเหตุการณ์เหยีดหยามทางอ้อมแบบนี้หลายครั้ง
เมื่อวันที่ 26 วันอาทิตย์ของเดือนมิถุนา ผมก็ได้รู้สึกความแตกต่างที่ทำให้ผมรู้สึกแตกต่างจากคนอื่น เหมือนส่วนเกิน
วันนั้นผมได้ไปดู Concert ที่แถวนิมาน เชียงใหม่ จัดโดย Benmore มีวง Mild, Scrubb, T-Bone, Groove Riders
ทุกอย่างก็น่าจะไปได้ดี แต่พี่ที่ผมจะนอนค้างบ้านเค้า บอกว่าให้ผมไปนอนค้างบ้านพี่อีกคนที่จะไปด้วยกัน
เพราะว่าเพื่อนพี่เค้าจะมา แล้วเค้าเป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ ผมเป็นผู้ชายคนเดียวที่อยู่ที่นั้น
การที่ผมเป็นผู้ชาย เกิดมาในร่างนี้ ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทำร้ายใคร
ผมเข้าใจว่ามันดูไม่ดี คงได้แค่นี้ล่ะชีวิตผม ไปที่ไหนก็ลำบาก เหนื่อยใจ
ครั้งนี้เป็นเหมือนครั้งก่อนตอนที่ผมอยู่มหาลัย ที่ไปค้างบ้านรุ่นน้องพร้อมเพื่อนในรุ่นที่เป็นผู้หญิงอีกสองคน
พวกเค้าก็ปล่อยผมนอนคนเดียวในห้องอันกว้างคืนนั้น เพราะเค้าบอกว่าไม่สบายและรู้สึกอึดอัดกับการนอนที่มีผู้ชายนอนในห้องเดียวกัน
ผมมันน่ารังเกลียดมากเลยหรอครับ? การที่เกิดมาแบบผมเนี้ย?
ผมก็มีเลือดเนื้อ ผมก็มีหัวใจนะครับ
สรุปในที่สุดคืนนั้นผมก็ไปนอนบ้านพี่ผู้ชาย
แล้วผมก็รุ้สึกอีกครั้งเมื่อเค้าบอกว่าให้ผมนอนห้องเค้า แล้วเค้าจะไปนอนห้องพี่ชายเค้า
ผมมันน่ารังเกลียดขนาดนั้นเลยหรอครับ? ที่บนเตียง ที่บนพื้นก็กว่าง ผมไม่เกี่ยงเลย
ผมก็เคยนอนพื้นมาแล้ว แค่นอนพื้นมันจะเป็นอะไรไป
สรุปคืนนั้นผมก็นอนคนเดียว กระวนกระวายทั้งคืน หลับๆตื่นๆ
นี่คือกรรมที่ผมต้องชดใช้ในการเกิดมาเป็นไป เป็นเกย์ใช่ไหม?
ผมสับสน ผมยังชอบผู้หญิงอยู่ แต่ไม่ได้อยากคบเป็นแฟนหรือคนรัก เท่ากับผู้ชาย
แต่ผมก็คบกับผู้ชายหลายคนแล้ว จริงๆแล้วในที่สุดก็ไม่ดี เลิกรากันทุกราย
ยังดีที่ไม่มีการมาตบตีผม หรือใช้กำลังกับผม
เช้าวันต่อมาผมก็ไปทำงานแบบเต็มบ้างไม่เต็มบ้าง
ใจผมไม่ใช่ปูนนะ ได้ไม่มีสั่นคลอน
ใจหากเป็นน้ำแข็งที่ละลายลงทุกๆวัน
ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ อาจด้วยเหตุที่คิดมาก แล้วความรู้สึกเย็นชาของหลายๆคนทำให้ผมเหนื่อย
ในที่สุดผมก็ล้มป่วยเป็นไข้ในที่สุด ช่างอนาตและน่าสมเพสตัวเองอย่างที่สุด
เป็นๆหายๆ ตามสภาวะจิตใจ วันไหนแช่มชื้นเพราะได้หลุดจากความคิดหดหู่เศร้าผมก็จะดีขึ้น
เป็นๆหายตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา....
วันนี้เหมือนจะดีขึ้น แต่กลับเลวร้ายลงเมื่อบ่าย
เมื่อผมได้แอบไปดูhi5ของคนที่ขึ้นชื่อว่าคบกันอยู่
ในท๊อปเฟรน์ผมได้ตกมาอยู่อันดับท้ายๆ ซึ่งผมก็ไม่ว่าอะไร
แต่พอผมกดลึกไปเรื่อยๆ ผมก็ได้รู้ซึ้งว่าเค้าได้คบกับคนอื่นอยู่
แล้วกล้าเรียกออกนอกหน้าว่าคนนั้นคือแฟน
แล้วผมล่ะคือตัวโง่ คือคนโง่ๆหรอครับ?
ผมทำอะไรผิดอ่ะครับ?
ผมซึ่งทำทุกอย่างเพื่อเค้า ทั้งซื้อของให้ โอนเงินให้ ตามใจทุกๆเรื่องที่ทำได้
แต่นี้คือสิ่งที่ผมได้รับกลับมา?
นี่คือสิ่งที่ผมต้องได้รับจากเค้าและจากคนที่ผมนับถือเป็นพี่อย่างนั้นหรอครับ?
ส่วนเพื่อนไม่ต้องพูดถึง อย่างที่เคยเขียนไว้
หลายๆครั้งเหมือนจะมีเยอะ แต่ในความเป็นจริง มีอยู่น้อยมากๆ
ซึ่งก็ดีนะ เพราะเมื่อเวลาจำเป็นมาถึงเราก็รู้ว่าใครเพื่อนจริงหรือเพื่อนกิน
หลายๆคนบอกว่าเพื่อนนะมีไว้ดี สามารถช่วยเราได้ ปลอบเราเวลาเราเศร้าหรือทุกข์ใจ
จริงหรอ? สำหรับผม ผมกลับรู้สึกว่าไม่นะ เพราะผมก็อยู่กับปัญหานี้คนเดียว
แล้วเวลาอยากหาใครเป็นที่เพิ่งก็ไม่มี เพราะทุกคนจะยุ่งกันหมด
เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งผม เพื่อนเลวๆก็เยอะ
โดนแย่งแฟนมาสองคน สองรอบล่ะ ครั้งแรกโดนชะนีคนหนึ่งที่มาใกล้แฟนเราช่วงที่เราไม่ได้เรียนด้วยกัน
คนที่สองก็แอบคบกันเงียบๆ ฝ่านหญิงที่เป้นเพื่อนเราก็ขอเขาจากเรา ส่วนคนนี้ก็ดีเหลือเกิน
หาเองเสร็จสัพ เหอะๆ ดีจริงๆ
สรุปความรักที่ผมมีให้เพื่อนกับคนที่ผมรักมันไม่พอใช่ไหมครับ?
แต่ผมต้องขอบคุณผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้ผมมีวันนี้ได้
ผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของผม ถึงแม้เค้าจะยังไม่รู้ว่าผมเป็นอย่างนี้
เค้าก็ให้กำลังใจผมห่างๆ คนที่ไม่ยอมทิ้งผมเลย คนที่กันไปกอดและรู้สึกอบอุ่น
อยู่เพื่อผมตลอดเวลา
หลายต่อหลายครั้งที่ผมทั้งคิดและกำลังจะฆ่าตัวเองนั้น
ทำให้ผมกลับหันมาคิดถึงผู้หญิงคนนี้ ว่าเค้าจะทำอย่างไรถ้าไม่มีผมแล้ว เค้าต้องลำบากแน่ๆ แล้วน้องชายผมจะทำอย่างไร
ผมจึงมีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อเค้า และวันนี้ผมก็จะอยู่เพื่อเค้า..... เพื่อแม่ของผม

You are The Moon
Hope, expectation, Bright promises.
The Moon is a card of magic and mystery - when prominent you know that nothing is as it seems, particularly when it concerns relationships. All logic is thrown out the window.
The Moon is all about visions and illusions, madness, genius and poetry. This is a card that has to do with sleep, and so with both dreams and nightmares. It is a scary card in that it warns that there might be hidden enemies, tricks and falsehoods. But it should also be remembered that this is a card of great creativity, of powerful magic, primal feelings and intuition. You may be going through a time of emotional and mental trial; if you have any past mental problems, you must be vigilant in taking your medication but avoid drugs or alcohol, as abuse of either will cause them irreparable damage. This time however, can also result in great creativity, psychic powers, visions and insight. You can and should trust your intuition.
What Tarot Card are You?
Take the Test to Find Out.
ฉันอยากกลับบ้านแล้ว เริ่มจะรู้สึกพอล่ะกับมหาลัยนี้
แต่หลังจากคุยกับพี่ๆบ้างคนที่สนิทมากๆ ทั้งพี่ป๊อปปี้ พี่ปีสี่ที่นี้ พี่ปิ่นเพื่อนรักพี่รักที่ชม แล้วรู้สึกว่าฉันต้องลองดูอีกสักตั้ง
นี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเจ้าสีเกตแบบในเรื่องสาปภูษา หากแต่เป็นชีวิตจิงของเราเอง
ขอให้สิ่งที่มันทำไว้กับเราจงคืนกลับให้มันหลายสิบเท่า ให้มันไม่มีแผ่นดินให้อยู่ เป็นที่เกลียดชังของสัตว์ทั้งสามภพตราบชั่วกาล
คนอย่างนี้ ขอให้มันไม่เจริญ ขอให้เจอแต่สิ่งร้ายๆที่มันได้ทำไว้กับเราและเพื่อนของเรา
มิกิกับเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านอย่าง เอเจ คงพอรู้บ้างว่ามันทำไรกับโอริบ้าง
แต่วันนี้โอริ จะเล่าให้ฟังทั้งหมด
คนๆนี้ขอไม่เขียนชื่อ เพราะแม้แต่ชื่อก็ไม่อยากเอาขึ้นบล๊อกให้เป็นสเนียด
ขอเขียนระบายหน่อยล่ะกันว่า ไม่เคยเห็นความดีของคนอื่นเลย
ในสายตามันนั้นทุกคนไม่ดี คนนู้นก็ไม่ดีคนนี้ก็ไม่ดี
ยายคนนี้เป็นประเภทใครเลิศกว่ามันไม่ได้ดูๆแล้ว เพราะคนเด่นกว่ามัน มันก็จะทำให้มีเรื่อง
เพื่อนโอริคนหนึ่ง โอริก็รู้ว่าเค้าก็ทำไรไม่ดีมาบ้าง แต่ว่าเค้าดีกับโอริเสมอ และดีกับยายนั้นเสมอ
แต่มันกลับหักหลังเค้าได้ โดยการเอาเรื่องที่มีอยู่นิดเดียวไปขยายความจนเพื่อนโอริเกือบถูกตบ แล้วโดนกรีดรถอีก
นี้แค่เบอะๆสำหรับยายผู้หญิงคนนี้ สิ่งที่มันทำกับโอริ โอริจะไม่ลืม
เรื่องนี้เริ่มมานานแล้ว ผู้หญิงคนนี้ ได้ชื่อว่าคบกับแฟนเก่าโอริเอง
ตอนนั้นมาถามว่าเป็นไรมั้ยถ้ามันจะคุยกัน ถ้าเพื่อนๆเป็นโอริ ก็คงพูดไรไม่ออก เพราะวิธีการพูดของมันเป็นแกมบังคับให้ตอบว่าได้
ผ่านเรื่องนี้มาได้ ช่วงปิดเทอมเดือนธันวาโอริไม่ค่อยจะเปิดมือ หรือเปิดแล้วไม่รับ
มันก็ชอบถามทำไมไม่รับ มิกิซังก็รู้ว่าเราสองคนคล้ายกันตรงนี้ เหอๆ
โอริรู้สึกว่ามันเป็นไรที่แย่นะ ที่รู้สึกแย่กว่านี้คือ ทุกคนที่โอริคบมา พอโอริเศร้านิดหน่อย
ช่วงที่สนิทโอริคุยกับมัน มันก็บอกว่าฟันธงว่าไม่รอด หมายความว่าไงอ่ะ? เหอๆ
โอริรู้สึกแย่มากๆเลยอ่ะ
พอมาเทอมนี้โอริรู้สึกว่าโอริสนิทกับพี่ป.โทมากกว่า เลยไปไหนมาไหนด้วยกัน เพราะพี่ป.โทเค้าเป็นนายทหารทั้งหมด โอริเองก็เคยผ่าน ร.ด.มา เลยรู้ แล้วมีชีวิตที่เป็นระเบียบบ้าง เลยเข้ากันได้ดี
ผิดหรอที่สนิทกับพี่เค้า? ไม่ได้มีกฏตายตัวที่ห้ามไม่ให้โอริสนิทหรือไปไหนมาไหนกับเค้านิ
เรื่องนี้มันจะเกี่ยวโยงกับเรื่องที่มันพูดเกี่ยวกับโอริ เรื่องนี้เด๋วโอริจะบอก
แต่มาถึงเรื่องนี้ก่อน ตอนที่ยังสนิทกันอยู่บ้าง
ตอนนั้นนั่งดูทีวีกัน เป็นรายการเต้นของเมืองนอก เพื่อนๆก็รู้อยู่แล้วว่าโอริเต้นไม่เป็น แล้วก็ร้องเพลงไม่เป็น
โอริก็แค่นั่งแล้วพูดว่า เค้าเก่งจังเนอะ มาถึงขนาดนี้ได้ก่อนถูดตัดสินให้ตกรอบก็เก่งแล้ว
แค่นี้ล่ะ มันก็รีบพูดว่า แน่สิ เค้านะโปรกันไม่เหมือนเมิงหรอก
คือโอริยังไม่ได้พูดอะไรเลย ยังไม่ได้พูดไรกับมันเท่าไรเลย โดนกัดเฉยเลย
วันต่อมาตอนเที่ยง พ่อมันเอาของกินวันตรุษจีนมาฝากมัน มันก็โทรมาตอนเที่ยงเหมือนเป็นธุระ
หรือเราเป็นภาระมัน แล้วพูดว่า กินไรยัง แบบขึ้นเสียง
เราก็บอกแบบเสียงธรรมดาว่าทานแล้ว พอจะถามว่าทานหรือยัง มันก็ตัดบทแล้วขึ้นเสียงว่าทานแล้ว
คืออยากถามว่าโอริผิดตรงไหนหรอ? เหอๆ
มีอีกนะที่มันกัดโอริ เช่นตอนที่นั่งดูทีวีอยู่ พอมันพูดไม่มีใครสนใจมัน มันก็เรอออกมาบ่อยๆดังๆ
ชั่งน่าเกลียดแล้วไร้สกุลรุนชาติมาก แล้วในวันหนึ่งตอนโอรินั่งดูทีวีละคร มันก็เอากล้วยหอมออกมา
ถามแฟนมันว่ากินมั้ย แฟนมันก็บอกว่าไม่อ่ะ ยังไม่กิน
แล้วตอนนี้มันก็หันมากัดโอริ ทั้งๆที่โอริยังไม่ได้พูดหรือทักทายมันเลยวันนั้น
พูดขึ้นมาเฉยเลยว่า ถึงไม่อยากกิน...แล้วมันก็พูดชื่อมัน...ก็รู้ว่าใครอยากกินกล้วย แล้วหันมามองหน้าโอริ
คือเป็นไรมากป่าว? โอริ ยังไม่ได้ทำไรให้เลย
มันไม่หยุดแค่นี้นะ ยังต่ออีกว่า โอริคงไม่ชอบกินกล้วยเท่าไร แบบเน้นคำว่ากิน
แต่โอริคงชอบยัดกับกล้วยหรือเอากล้วยยัด
โอริโคตรอายแล้วโคตรรู้สึกแย่เลย เอาเรื่องส่วนตัว เรื่องที่ไม่ควรมาพูดก็มาพูดของโอริ
โอริไม่อยากจะบอกว่า มันเคยขึ้นไปบนห้องโอริ แล้วมีไรกับแฟนคนก่อนของมันบนเตียงโอริ แล้วบอกโอริที่หลัง
โอริโคตรรู้สึกแย่เลย เหอๆ
นึกว่าที่เจอทั้งหลายจะแย่แล้ว แต่กลับมีอีก ตลอดเวลานี้มันเอาโอริไปพูดให้ใครต่อใครบนหอหญิงฟังบ้างไม่รู้ จนน้องปีหนึ่งบนหอหญิงเริ่มพูดเกี่ยวกับแพท แล้วมองแพทแปลกๆแล้ว เหอๆ
มันยังเอาโอริไปพูดในรถที่ออกไปเซ้นทรัลพัทยาของมหาลัยอีก
รูมเมตโอริเอามาบอกโอริเลย เพราะรูมเมตโอริไม่ค่อยจะชอบมันอยู่แล้ว
ขาออกไปวันนั้นโอรินั่งไปกับมัน โอริก็ทำดีด้วยนะ ว่าไปกินไร พูดแบบดีๆ มันก็ทำยิ้มแล้วไม่ตอบ โอริไม่ได้โง่นะ ไม่อยากพูดโอริก็ไม่พูดต่อให้โง่หรอก
ขากลับโอริกลับๆรอีกคัน คันที่มันกลับนั้นเป็นคันที่รูมเมตโอรินั่ง รูมเมตบอกโอริว่า
ยายเนี้ยพูดดังทั่วรถว่าโอริเป็นเกย์ แล้วดูท่าทางเป็นเกย์คิงหรือเกย์ควีนดี แต่คงเป็นเกย์คิง
โอริไม่พูดเรื่องของมันเลย ทำไมมันทำงี้? แล้วอีกอย่างโอริก็ไม่ได้เป็นเกย์ เป็นไบ เพราะก็ยังชอบผู้หญิงอยู่ แต่นั้นล่ มันก็ยังแยกไม่ออกอยู่ดีมั้ง เหอๆ
แล้วมันยังพูดต่อในรถอีกว่าโอรินั้นไม่มีเพื่อนในมหาลัย แล้วคบแต่คนที่เป็นstaffกับคนแก่ๆที่มหาลัย
โอริอยากถามว่า แล้วไงหรอ? ผิดอีกหรอ? คนที่โอริคบก็เป็นแต่คนดีๆ บ้างคนเป็นคนบ้านเดียวกัน มันผิดหรอ?
แล้วที่ทำให้โอริรู้สึกแย่คือพอมีคนในรถถามว่ามันไม่ใช่เพื่อนโอริหรือไงที่พูด
มันก็ตอบว่ามันไม่ใช่เพื่อนโอริ
โอริโคตรซึ้งเลยว่า คนที่นี้สร้างความทรงจำเก่งมาก แบบเลวๆนะ
นี้ล่ะมั้งเค้าถึงชอบดูถูกคนรวย เพราะอีนี่ บ้านก็พอรวย แต่รากเง้าเจ๊กดีๆนี้เอง เป็นคนชั้นต่ำจิงๆ
น่าจะฟังหม่อมตั้งแต่แรก หม่อมกับยายๆป้าๆเตือนแล้วว่าคบเพื่อนนะระวังนะ เหอๆ
รู้ล่ะว่าเป็นไง.................
ที่บอกว่าผู้ชายก็พอกันเพราะอะไร เพราะว่าคนจีนเหมือนกัน
จีนทั้งคู่ เจ๊กทั้งคู่ สถุนทั้งคู่
ชั่งเป็นคู่ที่ฟ้าประทานจิงๆ
ผู้ชายนั้นเรียนคณะเดียวกับโอริ
เอือมที่จะเจอหน้ามากๆ เหอๆ
ผู้ชายนั้นช่วงที่ยังสนิทกับยายนั้น พอเดินมาอริจนั่งดูทีวีหรือทำไรอยู่แล้ว
โอริขอบอกว่าโอริเป็นคนติดโค๊ก.....แล้วทุกรอบ ผู้ชายคนนี้ก็จะหยิบของโอริดืม แบบไม่ขออนุญาติทุกรอบ
โอริไม่ว่านะถ้าจะดื่ม แต่อย่างน้อยขอก่อนก็ดี ให้เค้ารู้ว่าบ้านสั่งสอนให้เป็นผู้ดีกับเค้ามาบ้าง
แต่นี้ไม่ใช่เลย เหอๆ มาถึงก็คว้าไปดื่ม บ้างขวดโอริยังไม่ได้เปิดก็คว้าของโอริไปเปิดแล้วดื่มเฉยเลย
ไม่เคยซื้อเพื่อ แต่เอาของโอริเสมอ
แล้วมีอยู่วันหนึ่งที่สตูดีโอของโอริที่เค้านั้นทำให้โอริรู้ว่าบ้านเค้าสุดๆ คนๆนี้ไม่ได้รับการอบรมมาเลย
ที่สตูต้องใช้ลสยนิ้วมือกับรหัสผ่านที่จะเข้าไปได้
เรื่องมีอยู่ว่าโอริรีบไปเรียนคาบต่อไป ซิ่งโอริสายแล้ว พอโอริเปิดประตูออกไป โอริก็เปิดให้รุ่นพี่เข้ามา
แต่เรื่องมันอยู่ที่ว่าเค้านะเดินนำรุ่นพี่มา แต่แทนที่จะจับประตูแทนโอริ เพราะโอริสายแล้ว เค้ากลับเดินผ่านโอริ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี
เหมือนโอริเป็นคนใช้เค้า อย่างไงอย่างงั้น
โอริไม่ใช่และไม่เคยเป็นคนใช้ใครนะ เค้าทำงี้น่าเกลียดมากๆ
โอริมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับสองคนนี้ แต่พอถอะ โอริเขียนมาเยอะแล้ว
นี้ล่ะมั้งทำไมประชากรเค้าถึงหันมาเป็นเกย์กันเยอะ เหอๆ เพราะมีคนเลวๆงี้บนโลกเยอะ
คงไม่มีใครอยากได้เป็นเมีย เหอๆ
ผู้หญิงเหี้ยผู้ชายเลว ของคู่กันบนโลกนี้
โอริขอให้คู่นี้จงรักกันไปทุกชาติ เพื่อที่จะได้ไม่ได้ไปทำร้ายคนอื่นเค้า แล้วขอให้กรรมตามทันมันเร็วๆ
ขอให้มันได้รับทุกขเวทนาและความเจ็บแค้นน้ำใจเหมือนที่มันทำกับโอริชั่วกัลปชั่วกาล


